2009/Jun/24

ตอนเด็กๆ ทุกคนคิดว่าอยากเป็นอะไรกันคะ?

อยากเป็นคุณครู

อยากเป็นทหาร

อยากเป็นดารา 

ถ้าเป็นผู้ใหญ่เราจะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ

ทำให้เราคิดว่า เมื่อเป็นผู้ใหญ่ จะสามารถทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ 

ไม่ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน

ไม่ต้องใช้ชีวิตจมปลักกับการเรียน หนังสือเล่มหนา

ชีวิตวันๆมองแต่กระดานที่มีแต่ตัวหนังสือยึกๆ ยือๆ อ่านไม่ออก โดยที่ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ทำ pie อะไร

เรานั้นมีความฝันมากมาย อยากจะทำ

อยากทำขนม ให้อร่อย ไม่ก็อยากทำทีเป็นร้อยๆชิ้นเอาไปขาย

อยากเขียนนิยายตามใจฉัน

อยากนั่งทำ Subtitle Animation ที่ชอบ

เหมือนจะเป็นความฝันลมๆแล้งๆ แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่เราอยากทำมาโดยตลอด 

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเป็นผู้ใหญ่จริงๆ

 .....

......

กลัว

....

.....

กลัวที่จะต้องพบเจอสิ่งใหม่ ที่ไม่คุ้นเคย....

กลัวว่าสิ่งที่เราทำนั้นจะพลาด....

กลัวมันไปหมดทุกอย่าง....

สิ่งที่อยากทำ ก็ไม่ได้ทำ

อยากทำขนมเป็น 100 ชิ้น ใครจะกิน.... ที่เคยทำๆมาแค่ 20 ชิ้น มันก็ไม่เคยหมด

อยากเขียนนิยาย สุดท้ายก็ไม่สามารถเขียนต่อได้ เพราะไม่เวลา รวมทั้งไม่มีแรงบรรดาลใจ

เคยฝืนๆเขียนออกมา สุดท้ายก็รับในสิ่งที่ตัวเองเขียนออกมาไม่ได้

Subtitle ก็เหตุผลเดียวกับนิยาย... แต่ไม่มีเวลาเป็นส่วนใหญ่

อีกทั้งตอนนี้ ตัวฉันก็ไม่สามารถเดินอยู่บนทางที่มีแต่ความฝันได้อีก

มีคนต้องการให้ฉันดูแล มีภาระที่ต้องรับมา ไม่สามารถทำสิ่งที่ชอบได้อีก

ตกลง การเป็นผู้ใหญ่นั้นคืออะไร?

เป็นการทำตามความฝันของตัวเอง การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

หรือดื้นรนให้อยู่รอดไปวันๆ?

งั้นถ้าฉันเป็นผู้ใหญ่...

ฉันต้องทิ้งสิ่งที่ตัวฉันอยากทำตลอดชีวิต...

ฉันต้องทิ้งสิ่งที่ตัวฉันรักมาตลอดชีวิต

ต้องทิ้งตัวตนที่ฉันเป็นมาตลอดสินะ...

ทำให้ฉันยิ่งกลัวการเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น....

แต่ก็ไม่อาจจะทิ้งคนเป็นที่รักเพื่อความฝันของตัวเอง...  

ระหว่างที่กำลังสับสน ฉันจึงไปคุยกับเพื่อนที่ฉันรักมากคนนึง แล้วฉันก็รู้ว่า

เธอตัดสินใจที่จะเดินไปอีกทาง... ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับสายที่เธอเรียนมา หรือสายที่เธอรักเลย...

"แล้วเธอจะได้ทำงานที่ตัวเองชอบหรือ?"

"ตอนนี้ ถ้าทำอะไรได้ก็ทำไปก่อน... เก็บเงินไว้"

เราลองถามเพื่อนที่รักคนนี้ดู

"การเป็นผู้ใหญ่ของเธอ คืออะไรเหรอ?"

เธอตอบอย่างไม่ลังเลว่า

"ความรับผิดชอบ กับ เหตุผล"

ความรับผิดชอบ หมายถึงการรับผิดชอบในสิ่งที่ทำอยู่ ไม่รับปากอะไรพล่อยๆ

เหตุผล ไม่ใช่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง คุยกันด้วยความเป็นจริงและความเป็นไปได้

ฉันถามต่อ "แล้วต้องเป็นการทิ้งสิ่งที่ตัวเองชอบหรือเปล่า?"

"เราว่ามันไม่เกี่ยวกัน... สิ่งที่ชอบถ้าเราเอามันมาใช้เป็นงานหลักเราไม่ได้

....แต่เราสามารถทำสิ่งนั้นเป็นงานอดิเรกได้ " 

ฉันร้องไห้กับคำตอบนั้น...

ฉันพบแล้วว่าการเป็นผู้ใหญ่ของฉันคืออะไร

มันอยู่ใกล้นิดเดียว แต่ฉันกลับหามันไม่เจอ....

แต่ฉันพบมันแล้ว... และเชื่อว่านี่แหละคือคำตอบของฉัน... แม้ว่าตอนนี้จะพูดไม่ได้เต็มปาก

แต่ฉันจะพยายาม.. จะไม่กลัว... และจะไม่ทิ้งตัวเอง แต่จะ... พัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น

เพื่อคนที่ฉันรัก และตัวฉันเอง.... 

แล้ว "การเป็นผู้ใหญ่" ของคุณ คืออะไร?

 

2008/Jul/07

เมื่อราวๆเดือนก่อนนัดดูหนังกับเพื่อนๆสมัยม.ปลาย ระหว่างที่กำลังชั่งใจว่าจะดู

อินเดียน่าโจนส์ หรือ Ironman ดี 1 ในเพื่อนก็ชี้ๆว่าไปดูเรื่องนี้กันเถอะ

ปกติเป็นคนที่ดูหนังน้อยอยู่แล้วเคยห่างโรงหนังนานที่สุด 3 ปี (บ่จี้ง่ะ..)

และก็ไม่มีใครชวนไปดูด้วย แต่ตอนนี้มีคนชวนแล้ว ดีใจที่สุดเลย   

เอาล่ะนอกเรื่องมานาน ลุยเลยล่ะกัน

จริงๆมีโปสเตอร์อีกหลายลายนะ แต่ชอบอันนี้มากกว่า มันทำให้ชวนสงสัยว่า

เธอจะปิดหน้าทำไม (ฮา~) "เพนโนโลปี้" เกิดในตระกูลที่มีชื่อเสียงและมั่งคั่ง

แต่ตัวเธอนั้นต้องคำสาปจากรุ่นคุณทวด เนื่องจากคุณทวดของเธอทำให้

ลูกสาวของแม่มดชราช้ำรักและฆ่าตัวตายไป ดังนั้นแม่มดจึงสาปให้เด็กผู้หญิงที่เกิด

ในตระกูลนี้มีจมูกเหมือนหมู จริงอยู่ที่ตระกูลของเธอนั้นเก่าแก่และมีชื่อ แต่ส่วนใหญ่

มักจะได้ลูกชาย (มีลูกผู้หญิงเหมือนกัน แต่เป็นลูกชู้ของคนขับรถ) เคราะห์กรรม

เลยมาตกอยู่กับเพนโนโลปี้ วิธีการแก้คำสาปคือเธอจะต้องแต่งงานกับผู้ชายที่มี

ฐานะทัดเทียมมาแต่งงานด้วย

เพนโนโลปี้ สาวน้อยผู้โชคร้ายต้องคำสาป  เธอเป็นเด็กฉลาดถูกครอบครัวกักตัว

อยู่แต่ในบ้าน  แต่มีความกล้าและหัวใจที่เข้มแข็ง ....จมูกหมูเธอน่ารักดีนะ

 

คุณพระเอก แม็กซ์ หล่อแบบเซอๆ เล่นดนตรีเก่งแต่ทิ้งพรสววรค์ไป เพราะติดการพนันงอมแงม  

เอ็ดเวิด 1 ในคู่ดูตัวของเพนโนโลปี้ เกลียดและกลัวเธอเข้าใส้  (และมีจินตนาการเป็นเลิศ)

อย่างที่เห็น หน้าตาเขา....แสดงดีมาก

เลม่อน นักข่าวที่อยากได้ข่าวของเพนโนโลปี้มาก ถึงขนาดยอมมุดเข้าไปอยู่ใน

ตู้เก็บจานเพื่อถ่ายรูปของเธอ เลยถูก.... (ไม่บอกเดี๋ยวจะว่าสปอย~)

ตอนแรกเกลียดมากๆเลย แต่ตอนนี้ชอบมากๆเลย^_^

จากนี้เป็นสปอยนะจ้ะ

พ่อแม่ของเพนโนโลปี้มีชื่อเสียงและเป็นที่จับตามองของสังคม

พอเกิดมีลูกที่มีจมูกหมู ทำให้ผู้คนกระหายอยากเห็นเธอ เลม่อนนักข่าวหนังสือพิมพ์

ชื่อดังผู้กระหายข่าว จึงมุดเข้าไปซ่อนอยู่ในตู้เก็บจานเพื่อถ่ายรูปมาทำสกูป

แต่โดนแม่ของเพนโนโลปี้ จับได้เสียก่อน....

(แล้วก็โดนฟาดด้วยไม้นวดแป้งตุบๆๆๆ! น่ากลัวมากๆ... ) จนทำให้เลม่อนเสียตาไปข้าง

ส่วนพ่อแม่ของเธอเลยจัดงานศพหลอกๆ เพื่อขจัดปัญหานี้เสีย ยิ่งทำให้นักข่าว

ผู้นี้แค้นฟังลึก... หลายปีผ่านไปเพนโนโลปี้ ถูกเลี้ยงดูให้อยู่แต่ในบ้าน 

รายล้อมด้วยของเล่นมากมาย และต้องใช้ชีวิตตามที่แม่ผู้หวังดีขีดไว้ให้ 

เมื่อโตพอจะออกเรือนได้ เธอก็ต้องดูตัวกับลูกผู้รากหมากดี

และจบด้วยการเผ่นแน่บของคู่ดูตัว... จนมาถึงตาเอ็ดเวิดแต่หมอนี่

วิ่งเร็วกว่าชาวบ้าน เลยหนีไปแจ้งตำรวจให้จับ "สัตว์ประหลาด"  กลายเป็นข่าวให้

หนังสือพิมพ์ลงข่าวพาดหัวว่าเขาเป็นบ้า... เอ็ดเวิดโกรธมากจึงไปที่สนพ.

ทำให้ได้พบกับเลม่อน ทั้งสองจึงตัดสินใจ ร่วมมือกันเพื่อให้ได้ข่าวของเพนโนโลปี้

มาลงหนังสือพิมพ์ให้จงได้!! พ่อนักข่าวตัวเตี้ยจึงไปว่าจ้าง "แม๊กซ์"

ลูกผู้ดีตกยากติดการพนันแฝงตัวเข้าไปดูตัว เพื่อถ่ายรูป"สัตว์ประหลาด" มาลงข่าว

แต่ทว่าตัวแม๊กซ์เองหลังจากที่ ได้พูดคุยและทำความคุ้นเคยกับ เพนโน

โลปี้ เขากลับตกตกหลุมรักเธอเข้า!!

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ติดตามต่อได้ใน

"เพเนโลปี้ รักแท้...ขอแค่ปาฏิหาริย์" 

แต่ขอบอกว่าไม่ได้จบ แบบที่เจ้าชายจุมพิตเจ้าหญิงแก้คำสาป

ที่หลายคนเดาเอาไว้แน่นอน! (ไม่งั้นจะมาเขียนรีวิวทำไมล่ะ?)

ในความคิดของเรา หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังรักซักทีเดียว...

(พระเอกนี่มันออกนับฉากได้เลย) แต่เป็นแนวจรรโลงใจคนดู

และให้แง่คิดดีๆเข้าใจง่าย เดินเรื่องเรื่อยๆ บางคนที่ไม่ชอบแนวนี้อาจ

จะหลับเอาได้ ดูได้ทุกเพศทุกวัย รวมทั้งมุขตลกที่เห็นอยู่ประปรายในเรื่อง

หากใครชอบหนังที่มีความละเอียด อ่อนทางอารมณ์

ไม่เครียดมากดูแล้วสบายใจ "เพนโนโลปี้" เป็นเรื่องนึงที่จะทำให้คุณ

ยิ้มออกเรื่องนึงเลยค่ะ ส่วนเรื่องบทแปลไทยต้องยกนิ้วให้เลย

แปลได้ดีค่ะ(ชอบมากเลยคำว่า 'สวยสุกร' เนี่ย)  

แล้วพบกันใหม่เมื่อมีเวลาว่าง~

edit @ 10 Jul 2008 02:40:54 by sheik

edit @ 10 Jul 2008 02:48:44 by sheik

ทำไมฟรอนมันแก้ยากเย็นจังโว้ย!!

edit @ 10 Jul 2008 02:55:38 by sheik

edit @ 10 Jul 2008 02:59:18 by sheik

2008/Jun/30

ตอนแรกว่าจะอัพหนังที่ได้ไปดูกับเพื่อนๆมา แต่บังเอิญเจอโปรเจคมาค้ำคอ ต้องทำใจเลื่อนแล้วเลื่อนอีก

 แถมยังเกิดเรื่องมากมายจนเล่าไปคนอ่านมันก็เบื่อเปล่าๆ ตอนแรก ว่าจะไม่บ่นให้มันรกบล็อค 

 แต่มันทนไม่ไหวแล้วล่ะ... คิดว่ามาถึงขีดจำกัดแล้ว...

 เริ่มด้วยเราเพิ่งรู้ว่าอาจารย์ที่นี่... ช่างไร้จรรณยาบรรณได้ขนาดนี้

อาจารย์ทุกท่านจะเข้าประชุมกัน เพื่อดูความคืบหน้าของโปรเจคว่า กลุ่มไหนทำอะไร และอาจารย์ท่านไหน

รับเด็กไปกี่กลุ่มแล้วบ้าง...

....

.....

พอเอ่ยว่ากลุ่มเรามาปรึกษา อาจารย์ท่านอื่นๆ ทำเสียงดีใจกันมาก

"คุณให้คำปรึกษาแล้ว กลุ่มนี้คุณก็เอาไปเลยล่ะกันนะ" พลางพูดกันแบบโล่งๆใจ

....

....

ตอนที่ได้รู้เนี่ย ตัวเอาเราอึ้งไปเลย.... "คนเป็นอาจารย์พูดแบบนี้เหรอ?"

ยอมรับนะว่าตัวเราและเพื่อนในกลุ่มเรียนไม่เก่ง แต่ก็ไม่เคยได้ น้องปลา 'F' มาประดับในใบเกรด

ไม่เคยสร้างเรื่องเสื่อมเสียให้มหาวิทยลัยและคณะ....

แต่.... คุณทำแบบนี้ เห็นพวกฉันเป็นอะไร??

"พวกฉันมันไม่ได้เรื่องถึงขนาดพวกคุณไม่อยากได้ ขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"ความเป็น'ครู'ของพวกคุณหายไปไหนหมด??"

ซึ่งพวกเราก็ตัดสินใจ จะทำโปรเจคให้ดีที่สุด.. จริงอยู่ว่า เรื่องเล่ามาเป็นแรงผลักดัน...

แต่ตัวเราเองก็ระลึกเสมอว่า ที่เราพยายามไม่ใช่เพื่อใคร แต่"เพื่อตัวเอง"

ทำเพื่อความภาคภูมิใจของตัวเองและเพื่อนๆ

....

.......

ฟังดูเท่มะ? แต่ของจริง มันไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยายหรือหนังการ์ตูนเลย

....

.....

แค่งานแรก เขียนบทนำส่ง มันยังไม่มีกะใจจะมาทำงานเลย...

คนนึงกลับบ้านไปสองวัน

อีกคนนึงไปหาพี่แล้วก็หายไป

ก็ไม่ได้ว่าหรอกนะ แต่สิ่งที่เธอกล่าวมา เรารับไม่ได้จริงๆ

"ทำไมไม่โทรบอกเราก่อนล่ะ เราจะได้กลับมาเร็วๆ มาบอกเอาตอนเที่ยงคืนแบบนี้ ใครอยากจะไป?"

.....

....

โดนดูถูกมานี่ ยังไม่ทำให้เธอมีความอยากทำงานหรอกเหรอ?

งานมันไม่ใช่ว่าส่งครั้งเดียวจะผ่าน นี่เธอยังจะใจเย็นอยู่ได้อีกหรือ

ยอมรับนะว่า ตัวเราเองก็ผิด ที่ไม่ได้โทรนัด...

แต่ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้... มันก็เหมือนกับที่อาจารย์เขาคิดสิ ว่า"เป็นพวกไม่ได้เรื่อง"

ไม่ขวนขวายที่จะทำงาน สมกับที่เขาว่าจริงๆนะ... 

.....

อยากจะบ้า อยากจะร้องไห้ ไม่รู้จะรับพวกนี้มาทำซากอะไร

รู้งี้สู้ลุยเดียวสบายๆคนเดียว ไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องพวกนี้หรอก

ไม่ใช่ว่าเก่ง ทำคนเดียวได้ แต่โปรเจคที่เสนอไป มันมีเรื่องที่ทำคนเดียวได้ไม่หนักหนา

แต่เราไม่อยากทิ้งเพื่อนพวกนี้ไว้... เป็นห่วงว่าจะไม่จบ

แต่เอากับมันสิ... นี่ตูรับมาช่วยงาน หรือรับมันมาไว้ถ่วงคอให้จมน้ำกันแน่?

...

...

...

คนที่มีเพื่อนทำงานที่รู้ใจ คนที่มีเพื่อนที่ยอมทำงานพร้อมๆคุณแม้ว่าอยากจะเล่นแค่ไหน

จงดีใจ ภูมิใจ และรักษาเพื่อนคนนั้นเอาไว้ให้ดีเลยนะ คุณเป็นคนที่โชคดีมากๆ คนนึงเลยล่ะ

ตอนเปิดเทอมมาตัวเราก็มีเรื่องโปรเจคนี้แหละหายสร้างปัญหากวนใจตลอดเวลา

ไหนจะหัวข้อไม่ผ่านเอย คนที่จะคู่ด้วยเอย... จนกระทั่งกว่าจะลงตัวทุกวันนี้ มันผ่านอะไรมามากมาย...

ก่อนอื่นที่ต้องขอบคุณ คือ ท่านอาจารย์ที่ปรึกษา ที่ให้คำแนะนำกับเรามาดีตลอด ตั้งแต่ให้แนวคิด

ไปจนถึงติชมหัวข้อของเรามาจนทุกวันนี้

ขอบคุณคนที่อ่าน เอนทรีไร้สาระแบบนี้...

ไว้เจอกันใหม่ กับ รีวิว "แพนโนโลปี้ รักนี้ของแค่ปาฏิหาร์ย" นะจ้ะ!!!