2008/Jul/07

เมื่อราวๆเดือนก่อนนัดดูหนังกับเพื่อนๆสมัยม.ปลาย ระหว่างที่กำลังชั่งใจว่าจะดู

อินเดียน่าโจนส์ หรือ Ironman ดี 1 ในเพื่อนก็ชี้ๆว่าไปดูเรื่องนี้กันเถอะ

ปกติเป็นคนที่ดูหนังน้อยอยู่แล้วเคยห่างโรงหนังนานที่สุด 3 ปี (บ่จี้ง่ะ..)

และก็ไม่มีใครชวนไปดูด้วย แต่ตอนนี้มีคนชวนแล้ว ดีใจที่สุดเลย   

เอาล่ะนอกเรื่องมานาน ลุยเลยล่ะกัน

จริงๆมีโปสเตอร์อีกหลายลายนะ แต่ชอบอันนี้มากกว่า มันทำให้ชวนสงสัยว่า

เธอจะปิดหน้าทำไม (ฮา~) "เพนโนโลปี้" เกิดในตระกูลที่มีชื่อเสียงและมั่งคั่ง

แต่ตัวเธอนั้นต้องคำสาปจากรุ่นคุณทวด เนื่องจากคุณทวดของเธอทำให้

ลูกสาวของแม่มดชราช้ำรักและฆ่าตัวตายไป ดังนั้นแม่มดจึงสาปให้เด็กผู้หญิงที่เกิด

ในตระกูลนี้มีจมูกเหมือนหมู จริงอยู่ที่ตระกูลของเธอนั้นเก่าแก่และมีชื่อ แต่ส่วนใหญ่

มักจะได้ลูกชาย (มีลูกผู้หญิงเหมือนกัน แต่เป็นลูกชู้ของคนขับรถ) เคราะห์กรรม

เลยมาตกอยู่กับเพนโนโลปี้ วิธีการแก้คำสาปคือเธอจะต้องแต่งงานกับผู้ชายที่มี

ฐานะทัดเทียมมาแต่งงานด้วย

เพนโนโลปี้ สาวน้อยผู้โชคร้ายต้องคำสาป  เธอเป็นเด็กฉลาดถูกครอบครัวกักตัว

อยู่แต่ในบ้าน  แต่มีความกล้าและหัวใจที่เข้มแข็ง ....จมูกหมูเธอน่ารักดีนะ

 

คุณพระเอก แม็กซ์ หล่อแบบเซอๆ เล่นดนตรีเก่งแต่ทิ้งพรสววรค์ไป เพราะติดการพนันงอมแงม  

เอ็ดเวิด 1 ในคู่ดูตัวของเพนโนโลปี้ เกลียดและกลัวเธอเข้าใส้  (และมีจินตนาการเป็นเลิศ)

อย่างที่เห็น หน้าตาเขา....แสดงดีมาก

เลม่อน นักข่าวที่อยากได้ข่าวของเพนโนโลปี้มาก ถึงขนาดยอมมุดเข้าไปอยู่ใน

ตู้เก็บจานเพื่อถ่ายรูปของเธอ เลยถูก.... (ไม่บอกเดี๋ยวจะว่าสปอย~)

ตอนแรกเกลียดมากๆเลย แต่ตอนนี้ชอบมากๆเลย^_^

จากนี้เป็นสปอยนะจ้ะ

พ่อแม่ของเพนโนโลปี้มีชื่อเสียงและเป็นที่จับตามองของสังคม

พอเกิดมีลูกที่มีจมูกหมู ทำให้ผู้คนกระหายอยากเห็นเธอ เลม่อนนักข่าวหนังสือพิมพ์

ชื่อดังผู้กระหายข่าว จึงมุดเข้าไปซ่อนอยู่ในตู้เก็บจานเพื่อถ่ายรูปมาทำสกูป

แต่โดนแม่ของเพนโนโลปี้ จับได้เสียก่อน....

(แล้วก็โดนฟาดด้วยไม้นวดแป้งตุบๆๆๆ! น่ากลัวมากๆ... ) จนทำให้เลม่อนเสียตาไปข้าง

ส่วนพ่อแม่ของเธอเลยจัดงานศพหลอกๆ เพื่อขจัดปัญหานี้เสีย ยิ่งทำให้นักข่าว

ผู้นี้แค้นฟังลึก... หลายปีผ่านไปเพนโนโลปี้ ถูกเลี้ยงดูให้อยู่แต่ในบ้าน 

รายล้อมด้วยของเล่นมากมาย และต้องใช้ชีวิตตามที่แม่ผู้หวังดีขีดไว้ให้ 

เมื่อโตพอจะออกเรือนได้ เธอก็ต้องดูตัวกับลูกผู้รากหมากดี

และจบด้วยการเผ่นแน่บของคู่ดูตัว... จนมาถึงตาเอ็ดเวิดแต่หมอนี่

วิ่งเร็วกว่าชาวบ้าน เลยหนีไปแจ้งตำรวจให้จับ "สัตว์ประหลาด"  กลายเป็นข่าวให้

หนังสือพิมพ์ลงข่าวพาดหัวว่าเขาเป็นบ้า... เอ็ดเวิดโกรธมากจึงไปที่สนพ.

ทำให้ได้พบกับเลม่อน ทั้งสองจึงตัดสินใจ ร่วมมือกันเพื่อให้ได้ข่าวของเพนโนโลปี้

มาลงหนังสือพิมพ์ให้จงได้!! พ่อนักข่าวตัวเตี้ยจึงไปว่าจ้าง "แม๊กซ์"

ลูกผู้ดีตกยากติดการพนันแฝงตัวเข้าไปดูตัว เพื่อถ่ายรูป"สัตว์ประหลาด" มาลงข่าว

แต่ทว่าตัวแม๊กซ์เองหลังจากที่ ได้พูดคุยและทำความคุ้นเคยกับ เพนโน

โลปี้ เขากลับตกตกหลุมรักเธอเข้า!!

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ติดตามต่อได้ใน

"เพเนโลปี้ รักแท้...ขอแค่ปาฏิหาริย์" 

แต่ขอบอกว่าไม่ได้จบ แบบที่เจ้าชายจุมพิตเจ้าหญิงแก้คำสาป

ที่หลายคนเดาเอาไว้แน่นอน! (ไม่งั้นจะมาเขียนรีวิวทำไมล่ะ?)

ในความคิดของเรา หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังรักซักทีเดียว...

(พระเอกนี่มันออกนับฉากได้เลย) แต่เป็นแนวจรรโลงใจคนดู

และให้แง่คิดดีๆเข้าใจง่าย เดินเรื่องเรื่อยๆ บางคนที่ไม่ชอบแนวนี้อาจ

จะหลับเอาได้ ดูได้ทุกเพศทุกวัย รวมทั้งมุขตลกที่เห็นอยู่ประปรายในเรื่อง

หากใครชอบหนังที่มีความละเอียด อ่อนทางอารมณ์

ไม่เครียดมากดูแล้วสบายใจ "เพนโนโลปี้" เป็นเรื่องนึงที่จะทำให้คุณ

ยิ้มออกเรื่องนึงเลยค่ะ ส่วนเรื่องบทแปลไทยต้องยกนิ้วให้เลย

แปลได้ดีค่ะ(ชอบมากเลยคำว่า 'สวยสุกร' เนี่ย)  

แล้วพบกันใหม่เมื่อมีเวลาว่าง~

edit @ 10 Jul 2008 02:40:54 by sheik

edit @ 10 Jul 2008 02:48:44 by sheik

ทำไมฟรอนมันแก้ยากเย็นจังโว้ย!!

edit @ 10 Jul 2008 02:55:38 by sheik

edit @ 10 Jul 2008 02:59:18 by sheik

2008/Jun/30

ตอนแรกว่าจะอัพหนังที่ได้ไปดูกับเพื่อนๆมา แต่บังเอิญเจอโปรเจคมาค้ำคอ ต้องทำใจเลื่อนแล้วเลื่อนอีก

 แถมยังเกิดเรื่องมากมายจนเล่าไปคนอ่านมันก็เบื่อเปล่าๆ ตอนแรก ว่าจะไม่บ่นให้มันรกบล็อค 

 แต่มันทนไม่ไหวแล้วล่ะ... คิดว่ามาถึงขีดจำกัดแล้ว...

 เริ่มด้วยเราเพิ่งรู้ว่าอาจารย์ที่นี่... ช่างไร้จรรณยาบรรณได้ขนาดนี้

อาจารย์ทุกท่านจะเข้าประชุมกัน เพื่อดูความคืบหน้าของโปรเจคว่า กลุ่มไหนทำอะไร และอาจารย์ท่านไหน

รับเด็กไปกี่กลุ่มแล้วบ้าง...

....

.....

พอเอ่ยว่ากลุ่มเรามาปรึกษา อาจารย์ท่านอื่นๆ ทำเสียงดีใจกันมาก

"คุณให้คำปรึกษาแล้ว กลุ่มนี้คุณก็เอาไปเลยล่ะกันนะ" พลางพูดกันแบบโล่งๆใจ

....

....

ตอนที่ได้รู้เนี่ย ตัวเอาเราอึ้งไปเลย.... "คนเป็นอาจารย์พูดแบบนี้เหรอ?"

ยอมรับนะว่าตัวเราและเพื่อนในกลุ่มเรียนไม่เก่ง แต่ก็ไม่เคยได้ น้องปลา 'F' มาประดับในใบเกรด

ไม่เคยสร้างเรื่องเสื่อมเสียให้มหาวิทยลัยและคณะ....

แต่.... คุณทำแบบนี้ เห็นพวกฉันเป็นอะไร??

"พวกฉันมันไม่ได้เรื่องถึงขนาดพวกคุณไม่อยากได้ ขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"ความเป็น'ครู'ของพวกคุณหายไปไหนหมด??"

ซึ่งพวกเราก็ตัดสินใจ จะทำโปรเจคให้ดีที่สุด.. จริงอยู่ว่า เรื่องเล่ามาเป็นแรงผลักดัน...

แต่ตัวเราเองก็ระลึกเสมอว่า ที่เราพยายามไม่ใช่เพื่อใคร แต่"เพื่อตัวเอง"

ทำเพื่อความภาคภูมิใจของตัวเองและเพื่อนๆ

....

.......

ฟังดูเท่มะ? แต่ของจริง มันไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยายหรือหนังการ์ตูนเลย

....

.....

แค่งานแรก เขียนบทนำส่ง มันยังไม่มีกะใจจะมาทำงานเลย...

คนนึงกลับบ้านไปสองวัน

อีกคนนึงไปหาพี่แล้วก็หายไป

ก็ไม่ได้ว่าหรอกนะ แต่สิ่งที่เธอกล่าวมา เรารับไม่ได้จริงๆ

"ทำไมไม่โทรบอกเราก่อนล่ะ เราจะได้กลับมาเร็วๆ มาบอกเอาตอนเที่ยงคืนแบบนี้ ใครอยากจะไป?"

.....

....

โดนดูถูกมานี่ ยังไม่ทำให้เธอมีความอยากทำงานหรอกเหรอ?

งานมันไม่ใช่ว่าส่งครั้งเดียวจะผ่าน นี่เธอยังจะใจเย็นอยู่ได้อีกหรือ

ยอมรับนะว่า ตัวเราเองก็ผิด ที่ไม่ได้โทรนัด...

แต่ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้... มันก็เหมือนกับที่อาจารย์เขาคิดสิ ว่า"เป็นพวกไม่ได้เรื่อง"

ไม่ขวนขวายที่จะทำงาน สมกับที่เขาว่าจริงๆนะ... 

.....

อยากจะบ้า อยากจะร้องไห้ ไม่รู้จะรับพวกนี้มาทำซากอะไร

รู้งี้สู้ลุยเดียวสบายๆคนเดียว ไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องพวกนี้หรอก

ไม่ใช่ว่าเก่ง ทำคนเดียวได้ แต่โปรเจคที่เสนอไป มันมีเรื่องที่ทำคนเดียวได้ไม่หนักหนา

แต่เราไม่อยากทิ้งเพื่อนพวกนี้ไว้... เป็นห่วงว่าจะไม่จบ

แต่เอากับมันสิ... นี่ตูรับมาช่วยงาน หรือรับมันมาไว้ถ่วงคอให้จมน้ำกันแน่?

...

...

...

คนที่มีเพื่อนทำงานที่รู้ใจ คนที่มีเพื่อนที่ยอมทำงานพร้อมๆคุณแม้ว่าอยากจะเล่นแค่ไหน

จงดีใจ ภูมิใจ และรักษาเพื่อนคนนั้นเอาไว้ให้ดีเลยนะ คุณเป็นคนที่โชคดีมากๆ คนนึงเลยล่ะ

ตอนเปิดเทอมมาตัวเราก็มีเรื่องโปรเจคนี้แหละหายสร้างปัญหากวนใจตลอดเวลา

ไหนจะหัวข้อไม่ผ่านเอย คนที่จะคู่ด้วยเอย... จนกระทั่งกว่าจะลงตัวทุกวันนี้ มันผ่านอะไรมามากมาย...

ก่อนอื่นที่ต้องขอบคุณ คือ ท่านอาจารย์ที่ปรึกษา ที่ให้คำแนะนำกับเรามาดีตลอด ตั้งแต่ให้แนวคิด

ไปจนถึงติชมหัวข้อของเรามาจนทุกวันนี้

ขอบคุณคนที่อ่าน เอนทรีไร้สาระแบบนี้...

ไว้เจอกันใหม่ กับ รีวิว "แพนโนโลปี้ รักนี้ของแค่ปาฏิหาร์ย" นะจ้ะ!!!

2008/May/14

ดองเค็มมา 2 ปีได้ ในที่สุดก็มีเวลาได้อัพกับเขาซักที ปัดฝุ่นกันขนานใหญ่ เอางานเก่าๆที่ดองไว้มาลงก่อนแล้วกัน

___________________________________________________________________________

ตอนที่ 2 หัวหอมเป็นเหตุ (Onion ' Panic)

แสงแดดอ่อนของยามเช้าส่องลงบนร่างของเด็กหญิง เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องเล็กๆ

“อืม...”

เปลือกตาของซีเอลค่อยๆเปิดออก เด็กน้อยลุกขึ้นพลางมองไปรอบๆ ห้องสีขาวโล่งๆที่ไม่คุ้นตา

“ไม่ใช่ห้องเรานี่”

เด็กน้อยคิดแล้วก็หันไปมองนอกหน้าต่าง ภาพเบื้องหน้าทำให้ซีเอลตกใจมาก

“ต้นไม้ที่เราตกลงมาเมื่อวาน? แล้วที่นี่ที่ไหนล่ะ?”

เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบื้องหลังเรียกความสนใจของเด็กหญิง ร่างของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลกับดวงตาสีเขียวแลดูอ่อนโยนกับเด็กสาวผมสีทองเหมือนเธอท่าทางใจดี เดินเข้ามาในห้อง

“ดีใจจังที่หนูตื่นแล้ว พวกพี่กำลังเป็นห่วงอยู่เลย”

เด็กสาวยิ้มด้วยความโล่งอก แต่ซีเอลยังไม่ได้ตอบอะไร ในหัวของเด็กหญิงเริ่มคิดหนัก

“น้องนอนสลบไปตั้ง 2 วันเลยนะ....” เด็กหนุ่มว่าขึ้นบ้าง

“2 วัน!! พ่อคงเป็นห่วงแย่แล้ว แต่ช่างประไร.... อยากไม่มาฉลองวันเกิดกับซีเอลเองนี่นา ” เด็กน้อยคิด

“ยังเหนื่อยอยู่เหรอจ้ะ” เด็กสาวถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ค่ะ เอ่อ... ที่นี่” เด็กหญิงถามอย่างหวั่นๆ..

“บ้านของดร.ไรท์จ้า ตายจริงพี่ลืมแนะนำตัวไป พี่ชื่อโรลนะจ้ะ และก็” โรลผายมือไปยังเด็กหนุ่มทางขวามือ

“พี่ชื่อร็อคนะ แล้วหนูชื่อ?” ร็อคพูดพร้อมกับยิ้ม

“หนูชื่อซีเอลค่ะ พี่ร็อค พี่โรล” เด็กหญิงตอบพร้อมรอยยิ้มนางฟ้า....

“อ๊าย!! น่ารัก~~” โรลวิ่งเข้าไปกอดซีเอลอย่างลืมตัว......

“โรลเบาๆหน่อยสิ ซีเอลเพิ่งฟื้นนะเองนะ”

“ก็.. ฉันอยากมีน้องสาวน่ารักๆนี่นา~~ ว่าแต่ซีเอลจ้ะ หนูมาจากไหนเนี่ย แล้วพ่อแม่ล่ะ”

“หนูมาจากบนโน้น”

เด็กน้อยกล่าวพลางชี้นิ้วขึ้นฟ้า ทั้งร็อคและโรลเงียบกันไปพักใหญ่ๆ.....

“บนโน้น??”

ร็อคลากเสียงเชิงถามพร้อมชี้นิ้วขึ้นฟ้าเหมือนซีเอล เด็กหญิงหยักหน้าหงึกๆ ด้วยความไร้เดียงสา…. ก่อนที่เด็กหนุ่มจะถามอะไรต่อก็มีเสียงดังขึ้น

“โครมเพล้ง!!!”

ร็อตสะดุ้งส่วนโรลกอดซีเอลแน่นขึ้นจนเด็กหญิงหายใจไม่ออก

“คงมาจากในครัว...โรลอยู่กับซีเอลไปก่อนนะ!!”

ว่าจบเด็กหนุ่มก็รีบไปที่ต้นเสียง โรลได้แต่ทำหน้ากังวล เด็กสาวรู้สึกถึงแรงกระตุกในอ้อมแขน โรลจึงเบือนหน้ามาหาซีเอล ใบหน้าของเด็กน้อยเริ่มเขียวคล้ำเพราะขาดอากาศ...

“ว้ายขอโทษจ้ะซีเอล!!”

เด็กสาวรีบขอโทษพลางคลายออมแขน ส่วนซีเอลที่เป็นอิสระ สูดอากาศเข้าปอดเต็มที่!!

“แฮ่กๆ... พี่โรลเราตามพี่ร็อคลงไปเถอะค่ะ!!”

ไม่ทันที่เด็กสาวจะตอบอะไร ซีเอลก็ดึงแขนโรลให้วิ่งตามตนไปจนถึงห้องครัว ภายในห้องนั้นเลอะเทอะเศษจานชามแตกกระจายอยู่บนพื้น ร็อคยืนอยู่กลางห้องด้วยสีหน้าลำบากใจ เบื้องหน้ามีหุ่นยนต์สุนัขสีแดงที่กำลังคุ้มคลั่ง

“โรลอย่าพาซีเอลเข้ามานะ! ” ร็อคตะโกนแต่

“แฮ่!!...” เจ้าหมาขู่ ก่อนทีจะหันมาหา “เป้าหมาย?” ใหม่ทั้ง 2 คน

“รัช!! อย่า!!”

โรลหน้าซีดเผือก ส่วนซีเอลคว้าเอาไขควงออกมาแพ่งกบาลเจ้าหมาทันที!!!

“ก๊อง!! เอ๊ง!!” รัชโดน ‘ไขควงพิฆาต?’ ของเด็กหญิงร่วงไปกองกับพื้น

ความเงียบเข้าครอบคลุม บรรยากาศในห้องมีแต่ความงุนงงร็อควิ่งเข้าไปดูอาหารของรัช โรลยังยืนนิ่ง ซีเอลเดินเข้าไปดูหม้อแกงที่ล้มอยู่หน้าเตา น้ำแกงกระหรี่หกเต็มพื้น ข้างๆมีชามอาหารสุนัขที่พร่องไปเล็กน้อย

“พี่ร็อคไม่ต้องห่วงนะค่ะ เจ้าหมาไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่สลบไปเอง”

เด็กหญิงกล่าวเพื่อให้ร็อคคลายความกังวล

“พี่โรลค่ะ พี่เอาแกงนี่ให้เจ้าหมากินหรือเปล่าค่ะ” เด็กหญิงถามต่อ โรลพยักหน้า เด็กน้อยถอนหายใจ

“หมามันแพ้หัวหอมนะคะพี่” เด็กหญิงว่าพลางขมวดคิ้ว เด็กหนุ่มและเด็กสาวมองซีเอลเป็นตาเดียวกัน...

“แปลกเด็ก!!!!” เป็นคำแรกที่ทั้งร็อคและโรลคิดออก......

“ต้องล้างเอาของที่มันกินเข้าออกก่อนที่มันจะอะละวาดอีกนะคะ พี่ๆ”

เสียงของเด็กหญิงเรียกสติทั้งคู่กลับมา

“ถ้าจะล้างท้องก็ต้องรอ ดร. กลับมา เพราะพวกพี่ไม่กล้าแยกส่วนรัชหรอกนะ แต่กว่าดร.จะกลับ ถ้ารัชฟื้นขึ้นมาก่อนล่ะก็...” ร็อคบอกกับเด็กน้อย

“งั้นให้หนูทำนะค่ะ หนูเคยเล่น ‘แยกส่วน’ กับ ‘ประกอบ’ กับหุ่นยนต์พี่เลี้ยงบ่อยๆ”

ซีเอลว่าตาเป็นประกาย ร็อคสะดุ้งเฮือก!!

"โคตรแปลกเด็ก!!!!"

แต่ด้วยความไร้เดียงสา... เธอไม่รู้ว่าคำนี้มันน่ากลัวๆกับๆคำว่า "ชำแหละ" ของมนุษย์

“แน่ใจว่าจะประกอบกับได้เหมือนเดิม....”

เด็กหนุ่มถามกล้าๆกลัว

“ลองดูก็ไม่เลวนะร็อค เดี๋ยวถ้ารัชลุกขึ้นมาอาละวาดอีก เธอคงไม่อยากทำร้ายมันใช่มั้ย”

โรลพูดพลางวางมือที่ไหล่ของร็อคเชิงให้กำลังใจ เด็กหนุ่มถอนหายใจยอมแพ้ให้แก่ ‘ความเอาแต่ใจของผู้หญิง’

“แต่ต้องให้พวกพี่ช่วยด้วยนะ” โรลบอกซีเอล ซึ่งเด็กน้อยก็พยักหน้าเป็นการรับรู้

ซีเอลเริ่มใช้ไขควงแยกส่วนรัชอย่างรวดเร็วแต่ก็เบามือ โรลเอาชิ้นส่วนระบบย่อยไปล้างส่วนร็อคก็คอยช่วยยกชิ้นส่วนที่เด็กน้อยยกไม่ไหว

ผ่านไปร่วม 4 ชั่วโมง......

“แกร็ก!!” เสียงข้อต่อสุดท้ายของรัชทุกล็อคให้เข้าที่

“โฮ่งๆ” เจ้าหมากระดิกหางอย่างน่ารัก เป็นเครื่องบ่งบอกว่าอาการแพ้ ‘หัวหอม’ ของมันหายดีแล้ว

“เสร็จแล้ว~~~” เด็กน้อยกล่าวพร้อมกับทรุดตัวลงเพราะลงแรงไปมาก

เจ้ารัชที่หายดีแล้วก็เลียหน้าเด็กหญิงเป็นการขอบคุณร็อคกับโรลมองผลงานของเด็กน้อยด้วยความแปลกใจระคนชื่นชม....

“ถึงจะ ‘เล่น’ บ่อย แต่ไม่นึกว่าจะทำได้ขนาดนี้” ร็อคพูดทึ่งๆ พลาง

“ครั้งนี้ใช้เวลานานมากๆ หนูไม่เคยเห็นวงจรที่สร้างได้ดีขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ”

เด็กหญิงตอบพลางลูบหัวรัชด้วยความเอ็นดู เป็นภาพที่น่ารักมาจนทั้งร็อคและโรลต่างยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว...

“ถึงจะแปลก......แต่ก็เป็นเด็กที่น่ารัก.....” ใจตรงกันเหลือเกิน 2 คนนี้......

“ลองขอดร.ให้ซีเอลจังอยู่ที่นี่ก่อนดีมั้ย” โรลแอบหันไปกระซิบกับร็อค เด็กหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย

“ว่าแต่ ซีเอล อ้าว...”

เด็กหนุ่มหันไปหาเด็กหญิง แต่ก็พบว่าเธอหลับไปด้วยความเหนื่อย พร้อมกับกอดเจ้าหมาแน่นไม่ยอมปล่อย...

โรลยิ้มน้อยพลางช่วยร็อคอุ้มเด็กหญิงไปนอนบนห้อง พวกเขาวางเด็กน้อยกับรัชอย่างออ่นโยน จากนั้นทั้งคู่ก็ย่องไปที่ประตู

“ราตรีสวัสดิ์นะจ้ะ ซีเอล” โรลเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับมารดา ก่อนจะปิดประตูเบา ปล่อยเด็กน้อยหลับฝันหวานอย่างมีความสุข

______________________________________________________________________________

คนเขียน บ่น? ให้ฟัง 

จบไปอีก 1 ตอน จริงๆแล้วตั้งใจจะเขียนรีเมคใหม่เลย แต่ว่าไม่มีเวลา อีกอย่างเรื่องนี้ก็ดองมาตั้งแต่เริ่มสร้างบล็อค เลยคิดว่า ลงให้มันจบๆ แล้วแก้ทีเดียวเลยดีกว่า... ตั้งแต่ตอนต่อไปจะเป็นตอนเกี่ยวกับวันแม่... ซึ่งดองไว้เมื่อสองปีที่แล้ว เพราะเขียนเท่าไหร่ก็ไม่ได้ดังใจ... ยังไงก็ขอให้ติดตามกันด้วยนะคะถ้าชอบ มีคำแนะนำหรือติชมใดๆ จะดีใจมากค่ะ

edit @ 15 May 2008 10:09:57 by sheik